6 เทคนิคจำเป็น อาชีพฟรีแลนซ์ รุ่งและมั่นคง

ฟรีแลนซ์เป็นอาชีพยอดฮิตของคนยุคนี้เพราะมีอิสระ เป็นเจ้านายตัวเอง อยู่ที่ไหนก็หาเงินได้ เพียงแค่มีฝีมือ และมีวินัยในตัวเอง รับผิดชอบงาน ส่งให้ตรงเวลา อย่างไรก็ตาม การเป็นฟรีแลนซ์ไม่ใช่เรื่องง่าย และเป็นหนึ่งในอาชีพที่ต้องเคร่งครัดเรื่องระเบียบวินัยการใช้เงินเป็นอย่างมาก  หากไม่บริหารจัดการให้ดี ชีวิตการเป็นฟรีแลนซ์อาจสะดุด วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆ มาแนะนำเพื่อให้อาชีพฟรีแลนซ์ของเรามั่นคงและประสบความสำเร็จ 

1.คำนวณยอดเงินที่ต้องใช้รายเดือนให้ชัดเจน

ก่อนตัดสินใจมาเป็นฟรีแลนซ์ควรจะเริ่มต้นสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเองเสียก่อน โดยการจำบันทึกบัญชีรายรับ-รายจ่าย ประจำเดือนของเราสัก 1-2 เดือนก่อน เพราะการเริ่มต้นเป็นฟรีแลนซ์จะมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ แต่รายจ่ายในแต่ละเดือนเป็นสิ่งที่มีแน่นอน เช่น ค่าเช่าบ้านหรือผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าเบี้ยประกัน เป็นต้น และวางแผนว่า เราจะต้องลดค่าใช้จ่ายส่วนไหน ( ค่าใช้จ่ายผันแปร เป็นค่าใช้จ่ายที่ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมแต่ละคน สามารถเพิ่ม/ลดได้ เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ รวมถึงค่าอุปกรณ์ ค่าอบรมเกี่ยวกับการทำงาน) และเราจะต้องหารายได้เดือนละเท่าไหร่

แนะนำ! ให้แบ่งเงินต่างๆ เป็นส่วน โดยแต่ละส่วนมีเป้าหมายแตกต่างกัน เมื่อถึงคราวต้องใช้เพื่อเป้าหมายนั่นจริงๆ ก็จะช่วยป้องกัน ไม่ให้การใช้จ่ายไปเบียดเบียนเงินที่เก็บสำรองไว้ทำอย่างอื่นได้จ้า เช่น

  1. ค่าใช้จ่ายจำเป็น 50% ของรายได้: ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำไฟ ค่ามือถือ ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าผ่อนรถ ค่าผ่อนบ้าน ในส่วนนี้สามารถลดเพิ่มปริมาณได้ แต่ถ้าจะให้ดี ประหยัดได้ก็ควรประหยัดนะ (ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ควรอยู่ที่ 30% และไม่ควรเกิน 50% ของรายได้นะจ๊ะ)
  2. เงินออมเพื่อใช้จ่ายระยะยาว 10% ของรายได้:เก็บไว้เผื่อฉุกเฉิน เพื่อการเกษียณ (เงินออม ควรเป็นเงินสด ที่สามารถถอนใช้ได้ทันทีและควรมี 3-6 เท่าของเงินเดือน หมายความว่า หากเราบังเอิญไม่มีรายได้เข้ามา เราก็ยังสามารถใช้ชีวิตปกติต่อไปได้ระหว่างหางานต่อไปได้อีก 6 เดือนนั่นเอง)
  3. เงินเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง 10% ของรายได้: สำหรับ freelance แล้ว การพัฒนาตนเอง ถือว่าสำคัญมาก เพราะยิ่งคุณเก่งขึ้น คุณก็ยิ่งได้งานมากขึ้น เงินก็มากขึ้นด้วยนั่นเอง
  4.  เงินเพื่อการพักผ่อน 10%ของรายได้:  ใช้ท่องเที่ยว ใช้ช้อปปิ้ง หรือใช้เพื่อความบันเทิงส่วนตัว แต่อย่าเผลอใช้เงินเกินตัวนะจ๊ะ เหลือก็ออมหรือนำไปลงทุนก็ย่อมได้
  5. เงินเพื่อการลงทุน 20% ของรายได้: อาชีพฟรีแลนซ์อาจมีความไม่แน่นอน ทางที่ดีควรสร้างรายได้เพิ่มเติมด้วยการลงทุน ซึ่งการลงทุนมีหลายรูปแบบ เช่นการปล่อยเช่าคอนโด, การซื้อกองทุน รวมอสังหาริมทรัพย์ หุ้นปันผล หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล เป็นต้น

2. กำหนดวันส่งงานและวันรับเงินค่าจ้างที่แน่นอน

ปัญหาการจ่ายค่าจ้างช้านับว่าเป็นปัญหาหลักของเหล่าฟรีแลนซ์ใจดีที่ยังไม่มีอำนาจต่อรองกับผู้ว่าจ้าง และเป็นปัญหาที่ทำให้ฟรีแลนซ์หลายๆคนทำงานฟรีกินมาม่าไวไวกันเป็นเดือนๆเลยทีเดียว วิธีแก้ไขก็ง่ายๆ นอกจากคุณต้องส่งงานให้ตรงเวลาแล้ว ฟรีแลนซ์จะต้องทำการระบุวันชำระเงินที่แน่นอนในสัญญาจ้างด้วย เลือกใช้ tasknjoy (ทาคส์เอนจอย) เว็บฟรีแลนซ์มืออาชีพ ที่จะช่วยให้คุณได้ค่าจ้างตรงเวลา และได้ค่าจ้างอย่างแน่นอน 100%

ได้เงินแล้วอย่าลืมออมเงินกันด้วยนะ อย่ามัวใช้เพลินจนเงินหมดล่ะ เผื่อเดือนไหนได้น้อยจะได้แบ่งสัดส่วนเผื่อไว้ใช้ในเดือนถัดๆ ไป

3. ทำประกันสุขภาพ

อาชีพฟรีแลนซ์ นอกจากไม่มีนายจ้างแล้ว ก็ยังไม่มีสวัสดิการในเรื่องของการประกันสุขภาพแบบกลุ่ม เมื่อเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลก็จะต้องดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายเอง การทำประกันสุขภาพไว้อย่างเหมาะสมก็จะช่วยให้มนุษย์ฟรีแลนซ์สามารถบริหารเงินได้ดีขึ้น เนื่องจากการทำประกันสุขภาพจะทำให้เราทราบค่าใช้จ่ายล่วงหน้าที่เราต้องจ่ายและคุ้มครองสุขภาพของเราไปทั้งปี จะทำให้เราบริหารเงินได้ดีกว่าหากเกิดกรณีเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุต้องรักษาตัวและต้องใช้เงินก้อนใหญ่ซึ่งอาจทำให้เรามีปัญหาติดขัดได้นอกจากนั้น เป็น Freelance ไม่มีนายจ้าง ก็สามารถรับสวัสดิการคุ้มครองจากภาครัฐได้ด้วยการสมัครประกันสังคมมาตรา 40 เพียงแค่มีบัตรประชาชนเองนะจ๊ะ

4. วางแผนภาษี

เป็นฟรีแลนซ์ก็ต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเช่นเดียวกับมนุษย์เงินเดือน เพียงแต่การยื่นแบบฟอร์มอาจต่างประเภทกันค่ะ ถึงแม้ว่าภาษีเป็นเรื่องวุ่นวายที่เข้าใจยาก แต่จริง ๆ แล้วภาษีเป็นเรื่องที่มีประโยชน์มากสำหรับคนทำงานฟรีแลนซ์ เพราะเราสามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อยได้ ซึ่งหากเราวางแผนจัดการกับภาษีเงินได้ของเราให้ดี เราก็จะไม่ต้องเสียภาษีมากกว่าที่จำเป็นและสามารถประหยัดเงินของเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

5. ลงทุน ลงทุน ลงทุน

เป็นฟรีแลนซ์ควรสนใจเรื่องการลงทุน เพราะการเอาแบ่งรายได้ส่วนนึงมาลงทุนจะเป็นการช่วยเพิ่มความคล่องทางการเงิน ช่วยให้เก็บออมเงินได้เร็วมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วยโดยการลงทุนนั้น สามารถเลือกได้ตามความชอบ ตามไลฟ์สไตล์ เช่น ถ้าคุณไม่ใช่คนชอบเสี่ยง ก็อาจจะเลือกลงทุนในประเภทกองทุนรวมเป็นหลัก แต่ถ้าชำนาญมากขึ้นแล้ว อาจจะเล่นกองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น รวมไปถึงการซื้อหุ้น การซื้อทองคำ เพื่อให้เงินทำงานไปพร้อมๆ กับที่คุณทำงาน

6. หาลูกค้าระยะยาว

Long-term Client หรือลูกค้าระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของอาชีพฟรีแลนซ์ เพราะลูกค้าระยะยาวจะเป็นแหล่งรายได้หลักของคุณนั่นเอง ในยุคปัจจุบันองค์กร/ผู้ว่าจ้างก็นิยมจ้างพนักงานในรูปแบบฟรีแลนซ์หรือเอ้าซอร์สมากขึ้น ซึ่งถ้าใครที่ต้องการยึดอาชีพฟรีแลนซ์เป็นหลักแล้วล่ะก็ ควรจะศึกษาแหล่งงานฟรีแลนซ์ที่จะสามารถได้รับงานในระยะยาว ที่น่าเชื่อถือ อย่างเช่น tasknjoy ที่เป็นแหล่งรวมงานฟรีแลนซ์ มีระบบการันตีการจ้างงาน สัญญา ที่สำคัญมี Feedback และทำการตลาดให้กับฟรีแลนซ์อย่างเรา เพื่อให้เราได้รับงานจากลูกค้าระยะยาวของเราและยังได้รับงานใหม่ๆต่อไปด้วย

หากอยากจะเป็นฟรีแลนซ์ให้ได้ตลอดรอดฝั่ง แถมชีวิตยังดีไม่แพ้กับมนุษย์เงินเดือนคนไหนๆ ก็สามารถทำได้ หากคุณมีวินัยในการทำงานและทางการเงิน และอุดช่องว่างในการหางานด้วยการใช้แพลทฟอร์มใฟม่ๆสำหรับฟรีแลนซ์ แบบนี้ ชีวิตดีๆ ทั้งก่อนเกษียณ และหลังเกษียณก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปค่ะ